วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

335. "น้ำท่วมกินผัก" : ในอนาคตอันใกล้ ชาวไทยจะอยู่เย็นเป็นสุข



โครงการ “น้ำท่วมกินผัก...จุดเปลี่ยนประเทศไทย”
54 ซอยกรุงเทพกรีฑา 8 แยก 2  ถนนกรุงเทพกรีฑา  
แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ กทม. 10240
โทร. 086-367-4362, 089-214-0708  E-mail: phair_ru@hotmail.com  
Website: www.fcthai.com
 
 


       ในอนาคตอันใกล้  ชาวไทยจะอยู่เย็นเป็นสุข


โครงการน้ำท่วมกินผัก มองเห็นอนาคตของประเทศไทยอันใกล้  ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับดังนี้:
1.                สุขภาพ+การศึกษาของประชาชน
2.                สิ่งแวดล้อม + ภัยธรรมชาติ
3.                เศรษฐกิจ + การเมือง
4.                ประเทศไทยใหม่ (มหาอำนาจใหม่)

รายละเอียดของแต่ละเรื่องมีดังนี้ :

1.                                     สุขภาพ + การศึกษาของประชาชน
ระบบการรักษาสุขภาพ, รักษาโรค  แบบเดิมที่ปฏิบัติกันอยู่ยังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ  เพราะการรักษาบางเรื่องยังไม่แก้ที่ต้นเหตุ  จึงเป็นเหตุให้มีคนป่วยเต็มบ้านเมือง  วิธีหลักๆในการแก้ปัญหาคือ
1.1    ศึกษาต้นเหตุของปัญหา, ต้องรู้กฎของธรรมชาติ, รู้การรักษาแบบองค์รวม, เห็นความสัมพันธ์ระหว่างกายและใจ
1.2    ดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกฎของธรรมชาติ (เมื่อรักษาจนหายป่วยแล้ว)
1.3    เมื่อดำเนินชีวิต (ตามข้อ 1.2 ) ไประยะหนึ่ง  สุขภาพจะดีขึ้นทั้งกายและใจเพียงทานอาหารสุขภาพ (เมนูอาหารต้านโรค) ติดต่อกัน 14 วัน (โดยพฤติกรรมอื่นคงเดิมเพื่อให้รู้ว่าสุขภาพเปลี่ยน เพราะเกิดจากอาหารอย่างเดียว)  จิตใจก็เริ่มจะเปลี่ยน  จิตจะสงบเยือกเย็นกว่าก่อน  มีสติแยกแยะสิ่งไหนดี/ไม่ดีต่อร่างกาย  เป็นต้น  เมื่อเราเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างอื่นด้วยเช่น   ออกกำลังกาย , พักผ่อน,   และฝึกจิต ่      สุขภาพเราก็จะยิ่งดี (วงจรจะเป็น ่     เปลี่ยนกาย ่     เปลี่ยนจิต ่      เปลี่ยนกาย ่      เปลี่ยนจิต ...อาจเข้าสู่สภาวะหลุดพ้นได้ถ้าปฏิบัติจริงจังต่อเนื่องเป็นเวลานานพอ)
1.4     สติปัญญา (ของประชาชน) โดยรวมจะดีขึ้น ่     การศึกษาจะดีขึ้น ่     ศีลธรรมจะมีมากขึ้น (เพราะเกิดจากปัญญาที่เห็นชอบ) ่    ความคิดสร้างสรรค์จะมีมากขึ้น ่  ทั้งอายุยืนเพราะสุขภาพดีและบวกความคิดสร้างสรรค์ ่     ผลงานก็ทั้งดีทั้งมากขึ้น ่ ประเทศเจริญขึ้น ่  มหาอำนาจใหม่ (ดูตัวอย่างประเทศอิสราเอล ่      เจริญเพราะต้องพัฒนาตนเองให้อยู่รอดพ้นจากความบีบคั้นของ ศัตรูรอบข้าง   และรวมทั้งสภาพภูมิประเทศอันกันดาร,   แต่ไทยพัฒนาจาก ปัญญาและความดี   ซึ่งจะนำสันติสุขมาสู่ประชาคมโลกอย่างแท้จริง)  ่ กฎของธรรมชาติ ่  เลวร้ายถึงที่สุด   จะตีกลับเป็นดีที่สุดเช่นกัน ่     พลังหยินสุดๆตีกลับเป็นพลังหยางสุดๆ ่    พลังหยางสุดๆตีกลับเป็นพลังหยินเช่นกัน  (ดูรายละเอียดในข้อมูลโครงการฯของเรา)
1.5     ที่กล่าวมาข้างต้นประเทศของเราอาจดำเนินไปในทางตกต่ำลงอีกหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ชนิดถอนรากถอนโคน  เช่น ที่กล่าวมาข้างต้น

2.สิ่งแวดล้อม + ภัยธรรมชาติ
เกษตรเคมีจะเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์มากขึ้นๆจนเป็นทั้งประเทศ  ดังนั้นสิ่งแวดล้อม  รวมทั้งสัตว์ต่างๆที่อาศัย  ก็จะมีสภาวะที่ดีขึ้นเป็นธรรมชาติมากขึ้น  ภัยธรรมชาติลดลง  เพราะจะมีการขุดบ่อเพื่อทำเกษตรอินทรีย์พอเพียงป้อนผลผลิตทำอาหารให้เป็นยา  บ่อน้ำทั่วประเทศจะทำหน้าที่เหมือนตุ่มกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี ่     ดังนั้นจะแก้ปัญหาน้ำแล้ง ่      ปริมาณน้ำที่เก็บได้โดยรวมทั่วประเทศประมาณ 4,500 - 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ่ ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง  ค่าใช้จ่ายในการขุดบ่อเอามาจากเงินที่ประหยัดได้จากค่ารักษาพยาบาลที่รัฐต้องจ่าย 275,000 ล้านบาท/ปี  นอกจากนี้จะมีการปลูกป่าไม้เบญจพรรณ  เลียนแบบป่าธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่ประเทศไทยเคยมีอุดมสมบูรณ์ในอดีต (ป่าไม้ 70-80% ปัจจุบัน 30% กว่า) ซึ่งคงต้องใช้เวลา10-20 ปี ภาวะน้ำท่วมฉับพลันดินโคลนถล่มก็จะลดลง  การตัดไม้ทำลายป่าจะลดลงถ้าเราหางานให้ชาวบ้านมีรายได้ดีเช่น โฮมสเตย์, เมดิคอลฮับ, หรือสมัครเป็น  อสม  ทำอาหารเป็นยา  (เป็นหมอธรรมชาติบำบัด ่     โดยใช้ “อาหารต้านโรค” นำ)  ภาวะโลกร้อนก็จะดีขึ้น  เพราะเราไม่ขยายความเจริญทางวัตถุ (ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ในบรรยากาศ)  แต่ส่งเสริมรายได้จากเกษตร, สาธารณสุข, ท่องเที่ยว, บริการ, ธุรกิจสร้างสรรค์, ธุรกิจพลังงานทดแทน, ธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยเป็นต้น  ให้มากขึ้นแทนอุตสาหกรรม, การส่งออก, ยานยนต์, ก่อสร้างโรงผลิตพลังงานจากวัตถุดิบ เช่น ถ่านหิน, น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ  ฯลฯ เพิ่มการปล่อย CO2

3.เศรษฐกิจ + การเมือง
            เศรษฐกิจ เราจะดีขึ้นแบบก้าวกระโดด เพราะ
3.1 ผลิตภาพมีคุณภาพสูงขึ้น เพราะประชาชนมีคุณภาพมากขึ้น รวมทั้งมีจำนวนสูงขึ้นด้วย  เพราะอายุยืนขึ้นแบบแข็งแรง
3.2 รัฐบาลมีรายได้มากขึ้น จากการประหยัดค่ารักษาพยาบาลปีละ 275,000 ล้านบาท
3.3 ประชาชนโดยรวมมีรายได้มากขึ้น เช่น
- นักธรรมชาติบำบัด / อสม มีรายได้ 15,000 – 20,000 บาท/เดือน/คน
- เกษตรกรมีรายได้ 10,000บาท/เดือน/คน (ราคาขายเพิ่มเกือบ 2 เท่า)
- ประชาชน (โดยเฉพาะชาวบ้านในชุมชน)  จะมีรายได้จาก โฮมสเตย์/ลองสเตย์,  เมดิคอลฮับ, ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ + วัฒนธรรม +รักษาระบบนิเวศ และครัวอาหารโลก  แทนนักธุรกิจมากขึ้น      เพราะเป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ+มีความรู้ /ปัญญามากขึ้น ่  ฉลาดขึ้น  ต่างประเทศจะบินมาเมืองไทยมากขึ้น ่     นำเงินเข้ามามากมายจากกิจกรรมดังกล่าว   โดยเฉพาะเมื่อข่าวเรื่องอาหารต้านโรค+การรักษาแบบองค์รวม ่  ดังไปถึงเมืองนอกว่า ทั้งถูกและดีมีคุณภาพในการรักษาดีกว่าโรงพยาบาลในเมืองปัจจุบัน    ยกตัวอย่างอากาศในโรงพยาบาลมีแต่เชื้อโรค ในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในป่าหรือใกล้ป่า  อากาศดีต่างกันมาก  การหายป่วยจะ เร็วกว่าดีกว่าในโรงพยาบาลมากๆ
 3.4  ถ้าจะให้ดี  รายได้จากธุรกิจในประเทศควรจะเพิ่มเป็น 70%  และส่งออกเป็น 30% หรือน้อยกว่ายิ่งดี  เศรษฐกิจโลกเป็นอะไรไป เราก็ไม่เป็นไร   ดูตัวอย่างประเทศจีน ขณะนี้ก็เปลี่ยนนโยบายเป็นพึ่งรายได้จากในประเทศมากขึ้น  เพราะมีเสถียรภาพมากกว่าพึ่งส่งออก
3.5  ลดความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่าง    เมืองกับชนบทดังกล่าวแล้วข้างต้น
3.6  เป็นแหล่งรองรับแรงงานตกงานจากวิกฤตเศรษฐกิจ    และภัยธรรมชาติ  เป็นกันชนอย่างดี เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีมีการปลดพนักงานๆ จะกลับบ้านนอกส่วนใหญ่  ซึ่งต้องพึ่งภาคเกษตร  แต่ก็มีปัญหาเพราะ ละทิ้งไปนาน  แต่โชคดีที่มีโครงการฯของเรารองรับ การรื้อฟื้นความรู้ประสบการณ์ในอดีตไม่ยากเกินไป  แต่ความพร้อมในการผลิต  อาจต้องมีการปรับปรุงเล็กน้อย ที่สำคัญมีตลาดรองรับอยู่แล้ว คือ อสม ทำ อาหารต้านโรค+ผู้ป่วยอยู่ทั่วประเทศ
3.7  ระบบทุนนิยม    ที่มุ่งเน้นกำไรเป็นเป้าหมายโดยไม่สนใจการทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติ, สิ่งแวดล้อม, ระบบนิเวศ, มีความโลภ, เห็นแก่ตัวเป็นตัวนำ, ขาดศีลธรรม, จริยธรรม จะค่อยๆล่มสลาย  คนจะสนใจสินค้าที่ดูแลสิ่งแวดล้อม    เช่น   ผลิตผลการเกษตรอินทรีย์,  ปศุสัตว์อินทรีย์,  ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ฯลฯ มากขึ้นๆ  จนในที่สุด ระบบเศรษฐกิจ พอเพียงจะเข้ามาแทนที่  เช่น ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprises) จะมีคนนิยมมากขึ้นเป็นต้น และท้ายสุดก็จะเป็นเศรษฐกิจที่มั่นคง/ยั่งยืนของมนุษย์ชาติจริงๆ แล้ว ระหว่างที่เศรษฐกิจปรับเปลี่ยนจากทุนนิยม ่  เศรษฐกิจพอเพียง    จะมีการเปลี่ยนแปลงทางจิตไป ในทางที่ดีขึ้นด้วย ่  มีศีลธรรมมากขึ้น, คุณธรรมจริยธรรมมากขึ้น, ผู้คนจะมีจิตใจโอบอ้อมอารีมากขึ้น ่  เหมือนในอดีตที่เราเคยเป็นมา “สยามเมืองยิ้ม” 
                  
              การเมือง   เราจะดีขึ้นแน่นอน  เพราะประชาชนมีสุขภาพดี ่  ศีลธรรม  ่ ปัญญา ่  คุณธรรมดียิ่งขึ้น  กายดีส่งอิทธิพลใจดีตามดังอธิบายก่อนหน้านี้  ่  ฐานมวลชนดี ่ ผู้แทนดี ่ประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ

4.ประเทศไทยใหม่ (มหาอำนาจใหม่)
ตามที่ได้บรรยายมาตั้งแต่ข้อ 1 ถึงข้อ 3  จะสรุปได้สาระสำคัญดังนี้
4.1    เมื่อเรารักษากายให้หายป่วยมีสุขภาพดี รู้วิธีที่จะดูแลให้ตนเองมีสุขภาพดี  ตลอดไปอย่างยั่งยืน ก็จะ
4.2    กระทบจิตใจ  ให้เกิดการพัฒนาให้ดีขึ้นตามไป  ดังนั้นทั้งกายและใจดีขึ้น ่  สติปัญญาดีขึ้น  ่  มีศีลธรรมคุณธรรมมากขึ้น ่ คุณภาพประชากรดีขึ้น ่  ดังนั้น 
4.3    ผลผลิตของทั้งประเทศ รวมทั้งคนดี และมากขึ้น     สิ่งที่ตามมาก็คือ ประเทศไทยเจริญขึ้น ่  ประเทศไทยใหม่ ่  มหาอำนาจใหม่ครับ   (อาจเป็น ไทยเมืองยิ้ม แทนสยามเมืองยิ้มในอดีต)
                                        
      
ข้อมูลสนับสนุน                 
1.            Chemotherapy p.234-240
2.            ร.พ.บู๊เต็กพวด
3.            มหาอำนาจยุคใหม่




คำขวัญโครงการฯ

“น้ำท่วมกินผัก     รักษาโรคได้
ไม่มีความเสี่ยง     เลี่ยงวิกฤตชาติ”

 
 







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น